วันพฤหัสบดีที่ 10 กันยายน พ.ศ. 2558

  บทที่  3 วิวัฒนาการของการศึกษาไทย

แบบฝึกหัด
1.แนวคิดทางการศึกษาของไทยยุคก่อนมีระบบโรงเรียน มีสาระสำคัญอะไรบ้าง
ตอบ  ยุคนี้การจัดการศึกษายังไม่มีระบบและแบบแผน คือ ไม่มีระบบโรงเรียน และชั้นเรียน วัดเป็นแหล่งให้ความรู้ มีพระภิกษุเป็นผู้สอนเพียงเพื่อประกอบอาชีพ   วิชาความรู้ส่วนใหญ่ที่ถ่ายทอดไม่มีการจดบันทึกไว้ใช้ความสามารถในการท่องจำมากกว่า        

2. สมัยกรุงสุโขทัยกับกรุงศรีอยุธยา การจัดการศึกษาเหมือนกันหรือต่างกันอย่างไรอธิบาย 
ตอบ  เหมือนกัน เพราะยังมีการใช้วัดเพื่อที่จะเป็นศูนย์กลางทางการศึกษา  และยังมีพระภิกษุเป็นผู้ให้ความรู้  ผู้ชายจะเรียนที่วัด เกี่ยวกับ การอ่าน การเขียน การรบ ส่วนผูหญิงเรียนที่บ้าน เกี่ยวกับการเย็บปักถักร้อย

3. อิทธิพลชาวตะวันตกที่มีผลต่อการศึกษายุคก่อนมีระบบโรงเรียนมีอะไรบ้าง 
ตอบ  มีการสอนวิธีรบแบบชาติตะวันตก สอนการต่อเรือ นำตำหรับยามาเผยแพร่  สอนวชิาการแบบยุโรป อาทิ ดาราศาสตร์ ภาษาฝรั่งเศส  การก่อสร้าง

4. การจัดการศึกษาสมัยกรุงธนบุรีและสมัยรัตนโกสินทร์ตอนต้นมีความก้าวหน้าอย่างไร
ตอบ  เริ่มนำวิทยาการใหม่ ๆเข้ามา  มีการจัดพิมพ์ตำราเรียน เป็นจุดเริ่มต้นการปฏิรูปการศึกษาของไทยในสมยัต่อมา

5. แบบเรียนเล่มแรกของไทยชื่อ เกิดในสมัยใด ตรงกับรัชกาลใด มีที่มาอย่างไร
ตอบ  ชื่อ “ จินดามณี”  เกิดขึ้นในสมัยสมเด็จพระนารายณ์มหาราช ประมาณ พ.ศ.2199 – 2231  มีที่มาจากการที่ ฝรั่งเศสได้มาติดต่อค้าขาย เผยแพร่ศาสนาคริสต์ ตั้งโรงเรียนสอนศาสนาคริสต์ ประดิษฐ์ตัวพิมพ์อักษรไทยขึ้นเป็นครั้งแรก และสอนวิชาการแบบยุโรป อาทิ ดาราศาสตร์ ภาษาฝรั่งเศส ต่อเรือ การก่อสร้าง พระองค์เกรงว่าคน ไทยจะหันไปเข้ารีตและนิยมฝรั่ง  ทรงรับสั่งให้พระโหราธิบดี แตงหนังสือแบบเรียนภาษาไทยเป็น ของตนเอง ชื่อ “จินดามณี” ใช้เริ่มอ่านจนกระทั่งหัดเรียนรู้วรรณคดีและอักษรศาสตร์ไทยชั้นสูง

 6. การจัดการศึกษาภาคบังคับ มีลักษณะเป็นอย่างไร จงอธิบาย ยกเหตุผล
ตอบ  การศึกษานั้นมีสองภาคคือ ภาคการศึกษาสำหรับทวยราษฎร์ ได้แก่ ประถมศึกษา เป็นการศึกษาภาคบังคับ มีความรู้ทั้งฝ่ายสามัญศึกษาและวิสามัญศึกษา  และภาคศึกษาพิเศษ เรียกว่ามัธยมศึกษา เรียนทั้งสามัญและวิสามัญ ไม่บังคับให้เรียนทุกคน

 7. การจัดการศึกษาที่เรียกว่า มาติกาศึกษา เป็นอย่างไร จงอธิบาย ยกเหตุผล
ตอบ  การศึกษามีศูนย์กลางอยู่ที่วัดเหมือนสมัยอยุธยา ซึ่งการจัดการศึกษาที่เรียกว่า มาติกาศึกษา มีอยู่ 8 มาติกา คือ
  1 ตำบลที่เล่าเรียนคือที่ตั้งของวัด
  2 โรงเรียนคือ ที่เรียนในวัด เช่น หอฉัน หอสวดมนต์
  3 นักเรียนและครู มี 3 ประเภทคือ ภิกษุ สามเณร และศิษย์วัด
  4 เวลาเรียนคือ ตอนพระว่าง
  5 เครื่องเล่าเรียนคือ กระดานชนวน ดินสอพอ กระดาษข่ายเป็นต้น
  6 วิชาหนังสือคือ หนังสือเรียนและหนังสืออ่านประกอบ
  7 วิชาเลขคือ เลขคณิตวิธีต่าง ๆ
  8 ข้อบังคับการเรียนคือ ระเบียบวินัย การลงโทษ และการชมเชย

8. การจัดการศึกษาที่มุ่งคนเข้ารับราชการตรงกับสมัยใด จงอธิบาย ยกเหตุผล  
ตอบ  รัชกาลที่ 5 เพราะ จะได้ทัดเทียมประเทศอื่นเพื่อที่จะไม่ล้าหลัง และเป็นการป้องกันการล่าอาณานิคมจากชาติตะวันตก

9. การปฏิรูปการศึกษาในยุคปัจจุบันท่านเห็นด้วยหรือไม่ จงอธิบาย ยกเหตุผล 
ตอบ  เห็นด้วย เพราะ ปัจจุบัน มีสื่อต่างๆและเทคโนโลยีต่างๆ มากมาย ทำให้ง่ายและเอื้ออำนวยความสะดวกในการศึกษาค้นคว้า  เป็นการเสริมสร้างความรู้ ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับการใช้ประโยชน์ และการนำไปใช้ให้ได้ถูกทางตามความเหมาะสม

10. ท่านเข้าใจการจัดการศึกษาเข้าสู่สมาคมอาเซียน มียุทธศาสตร์ที่สำคัญอย่างไร
ตอบ  มียุทธศาสตร์ที่สำคัญ  คือ การเสริมสร้างความตระหนักเกี่ยวกับอาเซียน  พัฒนาศักยภาพของนักการศึกษา ครู และ บุคลากรทางการศึกษา  เพิ่มคุณภาพการศึกษา การจัดมาตรฐานการศึกษา การศึกษาตลอดชีวิตและการพัฒนาวิชาชีพครู  จัดการศึกษาเพื่อตอบสนองความต้องการของตลาดแรงงานและสภาพเศรษฐกิจของยุคโลกาภิวัตน์   เพื่อพัฒนา การศึกษา  สนับสนุนการศึกษาเพื่อพัฒนาสิ่งแวดล้อม


        สรุป  

บทที่ 3 วิวัฒนาการการจัดการศึกษาไทย

            วิวัฒนาการการจัดการศึกษาไทย ได้บ่งบอกถึงการเปลี่ยนแปลงการศึกษาไทยแต่ละยุค แต่ละสมัย  ซึ่งเราต้องศึกษาประวัติและวิวัฒนาการศึกษาของไทยที่ผ่านมา เพื่อที่จะเข้าถึงการ เปลี่ยนแปลงที่สำคัญ โดยแบ่งเป็นแนวคิดการจัดการศึกษาไทย   สมัยต่างๆ ดังนี้
                                 
   1.) การศึกษาไทยยุคสมัยโบราณ จัดการศึกษาที่ไม่มีระบบและแบบแผน
   2.) การจัดการศึกษาสมยักรุงศรีอยุธยา มีจตุสดมภ์ 4 คือ เวียง วัง คลัง นา มีระบบศักดินา และการจัดการศึกษาที่วัด และบ้าน  ได้ติดต่อกับฝรั่งชาติตะวันตก ค้าขายและเผยแพร่ศาสนา ประดิษฐ์ตัวพิมพ์อักษรไทย ขึ้นเป็นครั้งแรกรับวชิาการแบบยุโรป และแต่งแบบเรียนคือ จินดามณี เล่มแรกของไทย  
   3.) การจัดการศึกษาในสมัยกรุงธนบุรี และรัตนโกสินทร์ตอนต้นมีการเปลี่ยนแปลงไม่เด่นชัด เริ่มนำวิทยาการใหม่ ๆ จัดพิมพ์ตำราเรียน เป็นจุดเริ่มต้น การปฏิรูปการศึกษาไทย
   4.) สมัยการปฏิรูป  สมัยนี้การจัดการศึกษาไทย  จัดขึ้นเพื่อความอยู่รอดปฏิรูปอย่างเป็นระบบตามแบบแผน   การจัดการศึกษาจนกระทั่งถึงปัจจุบัน
   5.) ยุคเริ่มแรกของการจัดศึกษาไทย:  เป็นก้าวแรกของการจัดการศึกษาเป็นรูปแบบที่ชัดเจน คือ “โรงเรียน” และกระทรวงศึกษาธิการทำหน้าที่จัดการศึกษา ประกอบกับมีพระราชบัญญัติการศึกษาภาคบังคับสําหรับราษฎรทุกคนทุกพื้นที่
   6.) ยุคขยายงานของการศึกษาไทย : ก้าวทสี่อง  ประเทศตกอยู่ในภาวะสงคราม ภายหลังได้มีการเร่งรัดปรับปรุง การศึกษาให้มีความเจริญก้าวหน้าทุก ๆ ด้าน
   7.) ยุคแสวงหา การจดัการศึกษาได้รับความร่วมมือกับองค์กรระหว่างประเทศ  มุ่งพัฒนาคนได้ จัดการศึกษาภาคบังคับให้ทั่วถึง
   8.) ยุคแห่งความหวังของการปฏิรูปการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2542 ปฏิรูป  3 ระยะคือ จัดตั้งศูนยป์ฏิรูปการศึกษา เปลี่ยนสำนักปฏิรูปเป็นสำนักงานโครงการนำร่อง และประกาศเขตพื้นที่การศึกษา อีกทั้งปฏิรูปครู และบุคลากรทางการศึกษา
   9.) การจัดการศึกษาเตรียมเข้าสู่สมาคมอาเซียน กําหนดยุทธศาสตร์ที่สําคญัคือ สร้างความ ตระหนัก หลักสูตรระดับประถมศึกษาและมัธยมศึกษา เตรียมบุคลากรครูและนักเรียนเพื่อรองรับ และขยายโอกาสทางการศึกษา



วันพุธที่ 26 สิงหาคม พ.ศ. 2558

ปรัชญาการศึกษา

คำถามทบทวน
1.การจัดการศึกษาที่ไม่มีปรัชญาเป็นแนวทางท่านเห็นด้วยหรือไม่อย่างไร จงอธิบาย
ตอบ ไม่เห็นด้วย เพราะการศึกษานั้นต้องมีควบคู่กับปรัชญา เพื่อเป็นเเนวทางในการคิดเเละวิเคราะห์ให้เกิดองค์ความรู้ใหม่ๆที่มีผลต่อการพํฒนาของมนุษย์ให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น

2.ปรัชญากับการศึกษาท่านคิดว่ามีความสัมพันธ์กันอย่างไร จงอธิบาย
ตอบ มีความสัมพันธ์กัน เพราะปรัชญาจะเป็นเเนวทางให้เกิดองค์ความรู้ เพื่อให้บรรลุถึงจุดมุ่งหมายที่ตั้งไว้

3.จงวิเคราะห์การจัดการศึกษาของโรงเรียนหรือหน่วยงานที่เกี่ยวกับ หลักสูตร การจัดการเรียนการสอนและการบริการทางการศึกษา ว่ามีเรื่องอะไรบ้างที่ดำเนินการตามแนวคิดการศึกษาของปรัชญาจิตนิยม วัตถุนิยม ประสบการณ์นิยม อัตภาวนิยม
ตอบ ปรัชญาจิตนิยมจะเน้นการพัฒนาความคิดและจิตใจ โดยอาศัยกิจกรรมเป็นสื่อกลาง เช่น การจัดเเข่งขันเต้นหรือร้องเพลง เป็นต้น ปรัชญาวัตถุนิยมจะเน้นให้ผู้เรียนแสวงหาความรู้และคุ้ยเคยกับสิ่งเเวดล้อมที่อยู่รอบตัว โดยอาศัยการรับรู้ทางประสาทสัมผัส  ปรัชญาประสบการณ์นิยมจะเน้นการเรียนรู้ที่เกิดจากการทำกิจกรรมด้วยกระบวนการที่เหมาะสม และปรัชญาอัตภาวนิยมจะเน้นให้ผูเรียนสามารถเลือกรูปแบบการเรียนได้อย่างเสรีและอิสระไม่มีกฎเกณฑ์มาบังคับ

4.จงบอกหลักการของปรัชญากลุ่มอนุรักษ์นิยมคือ สารัตถนิยม และนิรันดรนิยม เหมือนหรือแตกต่างกันอย่างไร
ตอบ แตกต่างกัน เพราะสารัตถนิยมจะเน้นการถ่ายทอดวัฒนธรรมและค่านิยม เน้นระเบียบวินัย  เน้นแบบแผนประเพณีมากกว่า  ในขณะที่นิรันตรนิยมจะเน้นเรื่องของเหตุผลและสติปัญญามากเป็นพิเศษ

5.จงบอกหลักการของปรัชญากลุ่มเสรีนิยม(liber view) คือ พิพัฒนาการนิยม (progressive) และปฏิรูปนิยม(reconstructionism) เหมือนหรือแตกต่างกันอย่างไร
ตอบ แตกต่างกัน เพราะ พิพัฒนาการนิยมจะเน้นพัฒนาผูเรียนทั้งด้านร่างกาย จิตใจ
และสติปัญญา ส่วนปฏิรูปนิยมเน้นการเรียนรู้ที่เกิดจากการลงมือปฏิบัติจริงในชีวิตประจำวัน

6.จงอธิบายว่า ความดี ความงาม เป็นสิ่งที่วัดได้หรือไม่ จงอธิบาย
ตอบ  วัดได้  เพราะความดีคือสิ่งที่กระทำออกมาทั้งด้านร่างกาย คือการกระทำ และจิตใจคือความคิดที่เรากระทำหรือแสดงออกมาเป็นผลทางด้านบวกก่อให้เกิดความสุขทั้งกับตัวเราผู้อื่น  เมื่อเราทำดีก็จะเกิดความงามขึ้น  ทั้งนี้ก็ต้องดูจากการกระทำของแต่ละบุคคลด้วย

7.จงเขียนเรียงความเรื่อง โลกทัศน์ของข้าพเจ้าที่มีต่ออาชีพครู
ตอบ         ปัจจุบันคนเรามักจะไม่เห็นความสำคัญของวิชาชีพครู  คิดว่าการประกอบอาชีพเป็นครูนั้นเชย ล้าสมัย ดูแล้วน่าเบื่อ ประกอบกับสังคมปัจจุบันที่พัฒนาขึ้น นำสมัยขึ้น คนส่วนมาก จึงหันไปประกอบอาชีพอื่นที่ดูโก้มากกว่า โดยมองข้ามความสำคัญของวิชาชีพครูไป
                 แต่แท้ที่จริงแล้ว อาชีพครูนั้นถือว่าสำคัญ เพราะถ้าไม่มีครูที่คอยเป็นคนสอน ก็จะไม่สามารถมีอาชีพนั้นๆขึ้นมาได้  โดยส่วนตัวของดิฉัน ดิฉันคิดว่า ครู คือ “ผู้อุทิศตน”  ที่คิดอย่างนี้ก็เพราะครูนั้นมีความอดทนมานะพากเพียร  แม้จะเป็นอาชีพที่เงินเดือนน้อยแต่ก็มีภูมิฐานในตนเอง  ครูต้องคอยอบรมดูแลศิษย์  บางครั้งตรงไหนที่ไม่เข้าใจครูก็จะพยายามสอนจนเราเข้าใจ พยายามหาแนวทางมาแก้ไขส่วนบกพร่องให้  ต้องอดทนกับศิษย์ที่มีนิสัยแตกต่างกันไป  รวมไปถึงการร่วมพัฒนาสังคมและเป็นพ่อแม่คนที่ 2 ที่ช่วยแก้ปัญหาเวลาที่ศิษย์มีเรื่องทุกข์ร้อนใจ
               ทุกอาพีพล้วนมีความสำคัญทั้งนั้น แต่มีหน้าที่และบทบาทต่างกันออกไป  ดังนั้น  อาชีพครูจึงเป็นอาชีพที่มีบทบาทมาก เห็นได้จากงานและการอุทิศตนของครูในการทำสิ่งต่างๆ

8.ท่านคิดว่าปรัชญาตะวันตกที่เหมาะสมใช้เป็นแนวทางการจัดการศึกษาของไทยมากที่สุด จงอธิบาย
ตอบ ปรัชญาปฏิรูปนิยม เพราะเป็นปรัชญาที่มุ่งปฏิบัติและพัฒนาให้โรงเรียนมีบทบาทในการปฏิรูป
สังคมเพื่อใช้การศึกษาสร้างสังคมที่มีความเสมอภาคและเท่าเทียบกันทุกด้านสร้างระเบียบสังคมใหม่สอดคล้องกับสภาพสังคม และเศรษฐกิจของโลกยุคปัจจุบัน สังคมใหม่จะเป็นสังคมประชาธิปไตยที่แท้จริง

9.ท่านคิดว่า พุทธปรัชญาจะมาพัฒนาการศึกษาของไทยได้หรือไม่ จงอธิบาย
ตอบ ได้  เพราะจะช่วยให้เรามีสติ มีความคิดที่เป็นเหตุผลช่วยขลัดเกลาจิตใจ  นำไปสู่การพัฒนา

10.ท่านคิดว่าปรัชญาที่จัดการเรียนการสอนโดยยึดผู้เรียนเป็นสำคัญ จงบอกชื่อและอธิบายการจัดการเรียนการสอนที่ยึดผู้เรียนเป็นสำคัญ มีวิธีการจัดอย่างไร อธิบายยกตัวอย่าง
ตอบ ปรัชญาปฏิรูปนิยม สอนให้ผู้เรียนได้ลงมือปฏิบัติจริงใน ชีวิตจริงของผู้เรียน สร้างศีลธรรม ทางสังคม  สร้างความเสมอภาคและความเป็นธรรม ผู้เรียนได้รับประสบการณ์ และมีทักษะที่ดี  สร้างสิ่งใหม่ๆ





วันอังคารที่ 25 สิงหาคม พ.ศ. 2558

ความรู้พื้นฐานเกี่ยวกับการศึกษา

แบบฝึกหัด

1.จงประมวลความหมายของคำว่า "การศึกษา 5 นิยาม"
ตอบ 1. ยัง ยัคส์  รุสโซ  (Jean Jacques  Rousseau)  ได้ให้ความหมายของการศึกษาไว้ว่า การศึกษา คือ การปรับปรุงคนให้เหมาะกับโอกาสและสิ่งแวดล้อมที่เปลี่ยนไปหรืออาจกล่าวได้ว่า การศึกษา คือการนำความสามารถในตัวบุคคลมาใช้ให้เกิดประโยชน์
        2. โจฮัน เฟรดเดอริค  แฮร์บาร์ต   (John   Friedich   Herbart)  ให้ความหมายของการศึกษาว่า การศึกษาคือ  การทำพลเมืองให้มีความประพฤติดี  และมีอุปนิสัยที่ดีงาม
        3. เฟรด  ดเอริค  เฟรอเบล  (Friedrich  Froebel)  การศึกษา  หมายถึง  การพัฒนาบุคลิกภาพของ เด็กเพื่อให้เด็กพัฒนาตนเอง
        4. ม.ล.ปิ่น มาลากุล   การศึกษาเป็นเครื่องหมายที่ทำให้เกิดความเจริญงอกงามในตัวบุคคล
        5. ดร. สาโช  บัวศรี  การศึกษา หมายถึง การพัฒนาบุคคลและสังคมที่ทำให้คนได้มีการเรียนรู้ แลt  พัฒนาขึ้นไปสู่ความเป็นสมาชิกที่ดีของสังคม

2.คำว่า การศึกษา คือ กระบวนการเรียนรู้ ท่านเห็นด้วยหรือไม่ จงอธิบาย
ตอบ เห็นด้วย เพราะการศึกษาสามารถขัดเกลาความคิดและจิตใจของคนได้ ซึ่งการศึกษานั้นสามารถเกิดได้ทุกที่ ทุกเวลา ตั้งเเต่เราเกิดมา จนถึงปัจจุบัน จึงสามารถกล่าวได้ว่า " การศึกษา คือ กระบวนการเรียนรู้ "

3.ในฐานะที่ท่านเป็นนักศึกษาวิชาชีพครู จงให้นิยามการศึกษาตามความคิดเห็นของท่าน
ตอบ นิยามของการศึกษาในความคิดของดิฉันคือ " การศึกษาคือการแสวงหาความรู้ในทุกๆ เรื่อง  ไม่ใช่เพียงแต่ในห้องเรียนเท่านั้น เเต่รวมไปถึงประสบการณ์ การดำเนินชีวิตในแต่ละวันด้วย ดังนั้นการศึกษาจึงเป็นตัวช่วยในการพัฒนาศักยภาพของผู้คนให้ดียิ่งขึ้น

4.ความมุ่งหมายทั่วไปและความมุ่งเฉพาะเหมือนหรือต่างกันอย่างไร
ตอบ แตกต่างกัน เพราะความมุ่งหมายทั่วไปเป็นความมุ่งหมายที่กว้างกว่าความมุ่งหมายเฉพาะ จึงทำให้ครอบคลุมมากกว่า ส่วนความมุ่งหมายเฉพาะนั้นจะเน้นเรื่องๆ ไป

5.ความมุ่งหมายคืออะไร ความมุ่งหมายการศึกษาระดับชาติ ความมุ่งหมายการศึกษาแต่ละระดับความมุ่งหมายระดับหลักสูตรและความมุ่งหมายระดับหมวด และความมุ่งหมายระดับการสอนมีความสัมพันธ์หรือแตกต่างกันอย่างไร
ตอบ ความมุ่งหมาย คือสิ่งที่สำคัญที่สุดและเป็นจุดเริ่มต้นในการทำสิ่งต่างๆ และความมุ่งหมายของทุกระดับจะมีความสัมพันธ์กัน เพื่อจะให้ได้ในสิ่งที่เราต้องการ

6.องค์ประกอบที่ใช้กำหนดความมุ่งหมายของการศึกษามีอะไรบ้าง จงอธิบาย
ตอบ 1.ปรัชญาการศึกษา เป็นแนวทางที่กำหนดตามความมุ่งหมายและกำหนดทิศทางให้
การศึกษาดำเนินการตามปรัชญา
        2.จิตวิทยาการศึกษา ต้องคำนึงถึงความเจริญเติบโตและพัฒนาการของผู้เรียนในทุกๆด้าน
        3. การจัดการศึกษาเพื่อตอบสนองความต้องการของสังคม เพื่อให้บุคคลสามารถปรับตัวให้เข้ากับสิ่งแวดล้อมและการดำเนินชีวิตในสภาพสังคมปัจจุบันได้ที่ยุ่งวุ่นวายได้
       4.บริบทของชุมชน เป็นตัวกำหนดการเรียนรู้ของบุคคลโดยคำนึงถึงการเรียนรู้ และหน้าที่ให้สอดคล้องกับทรัพยากรในท้องถิ่นนั้นๆ
       5.ต่างประเทศที่มีความสัมพันธ์กัน การพัฒนาประเทศได้ต้องควบคู่กับการจัดการศึกษาของประเทศ ซึ้งเราควรจะศึกษาของประเทศอื่นด้วย แล้วนำกลับมาปรับใช้กับตัวเราเอง
       6.เทคโนโลยี การนำเทคโนโลยีมาประยุกต์กับการเรียนทำให้สะดวกรวดเร็วต่อการจัดการเรียน การสอนมากยิ่งขึ้น และสามารถประหยัดเวลาเวลาได้อีกด้วย เหมาะสำหรับสังคมในปัจจุบันซึ่งเป็นสังคมที่เร่งรีบ

7.ทำไมการจัดการศึกษาไทยสมัยต่างๆจึงต้องกำหนดความมุ่งหมายการศึกษา ที่จะบ่งบอกความเป็นมาของการศึกษาไทยได้หรือไม่อย่างไร จงอธิบาย
ตอบ  ได้ เพราะการจัดการศึกษาไทยสมัยต่างๆจะมีการพัฒนาที่แตกต่างตามสมัยนั้นๆโดยการศึกษาในสมัยก่อน ผู้ชายส่วนใหญ่จะรู้หนังสือมากกว่าผู้หญิง  แต่ปัจจุบันผู้หญิงและผู้ชายมีความรู้ที่เท่าเทียมกัน อยู่ที่ว่าใครจะรักในการเเสวงมากกว๋า ซึ้งปัจจุบันนี้มีเทคโนโลยีมากมายที่อำนวยต่อการเเสวงหาความรู้ ทั้งสะดวก และประหยัดเวลา แต่ก็มีโทษเหมือนกัน

8.ในฐานะที่ท่านเป็นนักศึกษาวิชาชีพครู ท่านคิดว่าการมีการศึกษามีความสำคัญต่อประเทศอย่างไร จงอธิบาย
ตอบ  มีความสำคัญมาก เพราะการศึกษาเป็นตัวพัฒนาศักยภาพของคนในสังคม ให้มีความคิด และจิตใจที่สูงชึ้น และสังคมก็จะอยู่แบบมีความสุข

9.แนวคิดพุทธทาสภิกขุ ได้กล่าวว่า การศึกษาเพื่อมนุษย์จะมีโอกาสได้สิ่งที่ดีที่สุด สิ่งที่มนุษย์ควรจะได้โดยการทำลายซึ่งสัญชาตญาณอย่างสัตว์ แล้วมีการประพฤติกระทำอย่างมนุษย์ที่มีจิตใจสูงโดยสมบูรณ์ และสิ่งที่ดีที่สุดตามหลักศาสนาพุทธที่ว่า กินอยู่อย่างพอดี อย่ากินส่วนเกินอย่าใช้ส่วนเกินเพื่อจะให้เป็นไปได้อะไรอีกอันหนึ่งซึ่งสูงสุดเรียกว่า "บรมธรรม"และการศึกษาเพื่อธรรมาธิปไตยและเป็นเรื่องคนมีปัญญา ต้องมีปัญญาแท้จริงสูงสุด เห็นด้วยหรือไม่อย่างไรจงอธิบาย
ตอบ เห็นด้วย เพราะการศึกษาเป็นตัวยกระดับจิตใจของผู้คน เมื่อเราได้รับการศึกษาแล้วเราก็จะสามารถนำไปใช้ในทางที่ดี ที่ควรได้

10.แนวคิดของนักการศึกษาไทยที่ท่านชื่นชอบมากที่สุด 1 ท่าน แสดงทัศนะของท่านต่อแนวคิดการจัดการศึกษาไทย
ตอบ  ดร. สาโช  บัวศรี  การศึกษา หมายถึง การพัฒนาบุคคลและสังคมที่ทำให้คนได้มีการเรียนรู้ และพัฒนาขึ้นไปสู่ความเป็นสมาชิกที่ดีของสังคม





วันอาทิตย์ที่ 23 สิงหาคม พ.ศ. 2558

                         

                             ประวัติส่วนตัว

ชื่อ : นางสาวพิมลรัตน์   พิบูลย์ 
ชื่อเล่น : เฟีย
รหัสประจำตัวนักศึกษา : 5881103024
คณะ : ครุศาสตร์
สาขาวิชา : คณิตศาสตร์
มหาวิทยาลัยราชภัฏนครศรีธรรมราช
วันเกิด : 2 กันยายน 2539
กรุ๊ปเลือด : บี
ที่อยู่ : 32/4  ม.12   ต.หินตก  อ.ร่อนพิบูลย์  
จ.นครศรีธรรมราช
งานอดิเรก : วาดรูป
เบอร์ติดต่อ : 0822166186 / 0612232960

ปรัชญาชีวิต

ทำทุกอย่างให้เต็มที่ ให้ดีที่สุด เพี่อคนที่เรารัก

การศึกษา

                        ประถมศึกษาชั้นปีที่1-6 : โรงเรียนวัดธาราวง                                  
มัธยมศึกษาชั้นปีที่1-6 : โรงเรียนคีรีราษฏร์พัฒนา                         ปัจจุบัน : กำลังศึกษาคณะครุศาสตร์ สาขาคณิตศาสตร์              มหาวิทยาลัยราชภัฏนครศรีธรรมราช

        ทำไมจึงอยากเรียนครู??

อาชีพครูเป็นอาชีพที่มีเกียรติ เป็นอาชีพที่น่าภาคภูมิใจ
และที่สำคัญเป็นอาชีพทีพ่อเเละแม่ของดิฉัน อยากให้ดิฉันเป็น
พวกท่านเล็งเห็นเเล้วว่า อาชีพนี้เหมาะกับดิฉัน
และดิฉันก็รักในอาชีพนี้ด้วย นั้นจึงเป็นสาเหตุให้ดิฉันเรียน ครู

สิ่งที่อยากทำในอนาคต

เมื่อเรียนจบเเล้ว อันดับเเรกดิฉันจะต้องมีงานทำ และมีเงิน เพื่อตอบเเทนพระคุณพ่อและเเม่ที่คอยเลี้ยงดูส่งเสียดิฉันมาตลอด  เเละถ้ามีโอกาสดิฉันก็จะกลับไปสอนเเละพัฒนาโรงเรียนที่ดิฉันจบมา

สิ่งที่ชอบเเละไม่ชอบ

สิ่งที่ชอบ :
              
                  1. ชอบสีชมพู
                  2. ตุ๊กตาหมี คิดตี้ อื่นๆๆ
                  3. ชอบเลี้ยงหมา
                  4. ชอบวาดรูป 
                  5. ชอบกินอาหารฝีมือแม่
                  6. ชอบกินผลไม้บนสวนพ่อ
                  7. ชอบทำอะไรแปลกๆๆที่คนอื่นเขาไม่ทำ
สิ่งที่ไม่ชอบ
                  1. กล้วยสุก
                  2. ไม่ชอบใส่เสื้อสีโอรส